หมายเหตุ บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดพระกิตติคุณ
ในเริ่มแรก พระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดินโลก ได้ทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์เอง ก่อนหน้านั้นพระเจ้าได้ทรงสร้างดวงดาว ต้นไม้ ปลา นก และสัตว์บกทั้งปวงแล้ว แต่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้า
มนุษย์มีลักษณะพิเศษกว่าสิ่งทรงสร้างทั้งปวงของพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงระบายลมปราณเข้าไปในมนุษย์ พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้แตกต่างจากสัตว์ทั้งหลาย เพราะมนุษย์ไม่เพียงแต่มีร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีจิตวิญญาณที่มีชีวิตอีกด้วย
แล้วพระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงให้บรรดาต้นไม้ที่งามน่าดูและที่เหมาะสำหรับเป็นอาหารงอกขึ้นบนแผ่นดินโลก มีต้นไม้แห่งชีวิตอยู่ท่ามกลางสวนด้วย และมีต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว
พระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงนำมนุษย์ไปอยู่ในสวนเอเดน
ให้ดูแลและรักษาสวน
พระเยโฮวาห์พระเจ้าจึงทรงมีพระดำรัสสั่งมนุษย์นั้นว่า
“บรรดาต้นไม้ทุกอย่างในสวนเจ้ากินได้ทั้งหมด
แต่ต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว
เจ้าอย่ากินผลจากต้นนั้นเป็นอันขาด
เพราะว่าเจ้ากินในวันใด
เจ้าจะตายแน่ในวันนั้น”
หนังสือปฐมกาล 2:9, 15-17
พระเจ้าทรงปลูกสวนแห่งหนึ่งในแผ่นดินเอเดน ซึ่งมีต้นไม้หลากหลายชนิด กลางสวนนั้นมีต้นไม้สำคัญสองต้น คือต้นไม้แห่งชีวิต และต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่ว พระเจ้าตรัสว่าพวกเขากินผลจากต้นไม้งามทุกต้นได้ ยกเว้นต้นเดียว เกี่ยวกับต้นไม้แห่งความรู้ดีและรู้ชั่วซึ่งเป็นหนึ่งในสองต้นสำคัญนั้น พระเจ้าตรัสว่า “อย่ากิน” พระเจ้าไม่เพียงทรงห้ามมนุษย์กินผลจากต้นนั้น แต่ยังทรงสัญญาด้วยว่า ในวันที่เขากินผลนั้น เขาจะต้องตายแน่
เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นเหมาะสำหรับเป็นอาหาร
และมันงามน่าดู
และต้นไม้ต้นนั้นเป็นที่น่าปรารถนาเพื่อให้เกิดปัญญา
หญิงจึงเก็บผลไม้นั้นแล้วกินเข้าไป
แล้วส่งให้สามีของนางด้วย และเขาได้กิน
หนังสือปฐมกาล 3:6
หลังจากถูกงูล่อลวงและชักชวน นางก็กินผลไม้นั้น เมื่อนางเห็นความงามของต้นไม้และผลของมัน และเชื่อว่าจะทำให้มีปัญญา นางจึงกินผลนั้น แล้วส่งให้สามีของนางด้วย และเขาก็กินด้วย
แต่จงจำไว้ว่า พระเจ้าได้ตรัสไว้ว่า…
พวกเขาตายหรือไม่? ตาของเขาทั้งสองเปิดขึ้น และเขาทำเครื่องปกปิดกายให้ตนเอง ฝ่ายร่างกายพวกเขายังมีชีวิตอยู่และเป็นปกติดี เป็นที่ชัดเจนจากข้อความนี้ว่าอาดัมและเอวาไม่ได้ตายฝ่ายร่างกาย แต่พระเจ้าได้ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า
พวกเขาตายแล้ว!
ในเวลาเย็นวันนั้นเขาทั้งสองได้ยินพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ในสวน อาดัมและภรรยาของเขาซ่อนตัวจากพระพักตร์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าท่ามกลางต้นไม้ต่างๆในสวนนั้น
พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงเรียกอาดัม
และตรัสแก่เขาว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน”
เขาทูลว่า “ข้าพระองค์ได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในสวน
และข้าพระองค์ก็กลัว เพราะว่าข้าพระองค์เปลือยกายอยู่
ข้าพระองค์จึงได้ซ่อนตัวเสีย”
หนังสือปฐมกาล 3:8-10
โปรดสังเกตว่า ก่อนที่พวกเขาจะไม่เชื่อฟังพระเจ้า พระคัมภีร์กล่าวไว้ในปฐมกาล 2:25 ว่า
บัดนี้ หลังจากกินผลไม้ต้องห้ามแล้ว พวกเขารู้ว่าตนเปลือยกายจึงทำเครื่องปกปิดกาย พวกเขาซ่อนตัวจากพระพักตร์พระเจ้า และอาดัมก็กลัวเมื่อพระเจ้าทรงเรียก มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับพวกเขาอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่ใช่ทางร่างกาย การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นภายใน ใช่แล้ว พวกเขาตายจริงๆ ตามที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ แต่ไม่ใช่ความตายฝ่ายร่างกาย ทว่าเป็นความตายฝ่ายจิตวิญญาณ (เอเฟซัส 2:5, โคโลสี 2:13)
เมื่ออาดัมให้กำเนิดบุตรชาย พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าบุตรคนนั้นเกิดมามีรูปร่างและพระฉายาเหมือนบิดาของเขาคืออาดัม
อาดัมถูกสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระเจ้า เสทเกิดมาตามรูปร่างและความคล้ายคลึงของบิดาคืออาดัม ผู้ซึ่งตายฝ่ายจิตวิญญาณไปแล้ว ดังนั้น เสทจึงตายฝ่ายจิตวิญญาณตั้งแต่กำเนิดเช่นกัน
เพื่อจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น เราต้องไปดูที่โรม 5:12:
เหตุฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปได้เข้ามาในโลกเพราะคนๆเดียว
และความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น
และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน
เพราะมนุษย์ทุกคนทำบาป
หนังสือโรม 5:12
บาปได้เข้ามาในโลกโดยผ่านทางคนๆเดียวคืออาดัม ผลที่ตามมาคือความตายฝ่ายจิตวิญญาณ และความตายฝ่ายจิตวิญญาณนี้ก็แผ่ไปถึงมนุษย์ทุกคน จนมนุษย์ทุกคน ลูกหลานทุกคนของอาดัม เกิดมาในโลกนี้พร้อมกับความตายฝ่ายจิตวิญญาณ
เกี่ยวกับลูกหลานของอาดัมหลังจากที่เขากบฏต่อพระเจ้า ขอให้พิจารณาข้อพระคัมภีร์สามข้อนี้:
แต่ของประทานแห่งพระคุณนั้นหาเป็นเช่นความละเมิดนั้นไม่
เพราะว่าถ้าคนเป็นอันมากต้องตายเพราะการละเมิดของคนๆเดียว
มากยิ่งกว่านั้น พระคุณของพระเจ้าและของประทานโดยพระคุณของพระองค์ผู้เดียวนั้น
คือพระเยซูคริสต์ ก็มีบริบูรณ์แก่คนเป็นอันมาก
หนังสือโรม 5:15
ฉะนั้นการพิพากษาลงโทษได้มาถึงคนทั้งปวงเพราะการละเมิดของคนๆเดียวฉันใด
ความชอบธรรมของพระองค์ผู้เดียวก็นำของประทานแห่งพระคุณมาถึงทุกคนฉันนั้น
คือความชอบธรรมแห่งชีวิต
หนังสือโรม 5:18
เพราะว่าคนเป็นอันมากเป็นคนบาปเพราะคนๆเดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด
คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรมเพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น
หนังสือโรม 5:19
ลูกหลานฝ่ายร่างกายของอาดัมไม่เพียงแต่ตายฝ่ายจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังถูกลงโทษ และพระเจ้าทรงเรียกพวกเขาในพระคัมภีร์ว่าเป็นคนบาปด้วย แต่โปรดสังเกตว่า สภาพนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการไม่เชื่อฟังของตนเอง พระคัมภีร์กล่าวว่า:
| โดยการละเมิดของคนๆเดียว | เราตาย |
| โดยการละเมิดของคนๆเดียว | เราถูกลงโทษ |
| โดยการไม่เชื่อฟังของคนๆเดียว | เราเป็นคนบาป |
ถ้าความเกี่ยวข้องของเรากับอาดัมทำให้เราตายฝ่ายจิตวิญญาณ…
ถ้าความเกี่ยวข้องของเรากับอาดัมทำให้เราถูกลงโทษ…
ถ้าความเกี่ยวข้องของเรากับอาดัมทำให้เราเป็นคนบาป แล้ว
เราผูกพันกับอาดัมตั้งแต่เมื่อใด?
คำตอบคือ ตั้งแต่ปฏิสนธิ
ดูเถิด ข้าพระองค์ถือกำเนิดมาในความชั่วช้า
และมารดาตั้งครรภ์ข้าพระองค์ในบาป
เพลงสดุดี 51:5
ในขณะปฏิสนธินั้นเอง เราก็ผูกพันกับอาดัมแล้ว เรามีตาสองข้าง มีจมูก และตามพระคัมภีร์ เรามีจิตวิญญาณที่ตายแล้ว ดังนั้น ทุกคนของเราเมื่อปฏิสนธิขึ้น ก็กลายเป็นสมาชิกของมนุษยชาติ เป็นลูกหลานของอาดัม และเป็นคนบาปที่ตายแล้วและถูกลงโทษ ในขณะนั้นเอง
พระเยโฮวาห์ทรงมองลงมาจากฟ้าสวรรค์ ดูบุตรทั้งหลายของมนุษย์
ว่าจะมีคนใดบ้างที่เข้าใจที่เสาะแสวงหาพระเจ้า
เขาทั้งหลายก็หลงเจิ่นไปหมด เขาทั้งหลายก็เลวทรามลงเหมือนกันสิ้น
ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย
เพลงสดุดี 14:2-3
แน่ทีเดียวไม่มีคนชอบธรรมสักคนเดียวบนแผ่นดินโลก
ที่ได้ประพฤติล้วนแต่ความดี และไม่กระทำบาปเลย
หนังสือปัญญาจารย์ 7:20
เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ…
หนังสืออิสยาห์ 53:6a
ข้าพระองค์ทุกคนได้กลายเป็นเหมือนสิ่งที่ไม่สะอาด
และการกระทำอันชอบธรรมของข้าพระองค์ทั้งสิ้นเหมือนเสื้อผ้าที่สกปรก
ข้าพระองค์ทุกคนเหี่ยวลงอย่างใบไม้
และความชั่วช้าของข้าพระองค์ทั้งหลายได้พัดพาข้าพระองค์ไปเหมือนลม
หนังสืออิสยาห์ 64:6
ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า
ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย
ไม่มีคนที่เข้าใจ
ไม่มีคนที่แสวงหาพระเจ้า
เขาทุกคนหลงทางไปหมด เขาทั้งปวงเป็นคนไร้ค่าเหมือนกันทั้งสิ้น
ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย
หนังสือโรม 3:10-12
ครั้งเมื่อก่อนท่านเคยดำเนินตามวิถีของโลกนี้ตามเจ้าแห่งอำนาจในย่านอากาศ
คือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในบุตรแห่งการไม่เชื่อฟัง
เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้นที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนังเช่นกัน
คือกระทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจ
ตามสันดานเราจึงเป็นบุตรแห่งพระอาชญาเหมือนอย่างคนอื่น
ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์
เอเฟซัส 2:2,3,5a
และท่านที่ตายแล้วด้วยความบาปทั้งหลายของท่าน
และด้วยเหตุที่เนื้อหนังของท่านมิได้เข้าสุหนัต…
โคโลสี 2:13a
เราไม่เพียงถูกลงโทษผ่านทางอาดัมเท่านั้น แต่แต่ละคนของเราก็ได้ละเมิดพระราชบัญญัติของพระเจ้าด้วยตนเองเช่นกัน เราทำบาปอย่างไรบ้าง? – เป็นการพิจารณาอย่างละเอียดยิ่งขึ้น ซึ่งยังไม่ได้แปลไว้ที่นี่
ดูเพิ่มเติมได้ในวีดีโอสอน (ภาษาอังกฤษ) What is a sinner?